ครูดิจิตอล’ (Digital Teacher)

โพสต์31 ม.ค. 2558 21:43โดยJit Thep

ครูดิจิตอล’ (Digital Teacher)

โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

          ณ วันนี้หันไปทางไหน ก็ไม่พ้นคำฮิตติดปากที่ว่า "Digital Economy" หรือ "เศรษฐกิจดิจิตอล" ใครๆ ก็พูด ใครก็กล่าวขวัญ...มันคือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่เราเรียกทับศัพท์ว่า "ไอซีที" เป็นปัจจัยประกอบ ตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วในบ้านเราก็คือ การซื้อขายสินค้ากันทางอินเตอร์เน็ต สติ๊กเกอร์ของไลน์ (Line) ที่นิยมซื้อมาเล่น การจองตั๋วเครื่องบินหรือโรงแรม หรือตั๋วดูคอนเสิร์ต ภาพยนตร์ ตลอดจนละครเวที รวมไปถึงการสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ต การซื้อ e-Book ที่ซื้อโดยการดาวน์โหลดได้ทันที สิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งที่เรียกว่า e-Commerce ซึ่งก็เป็นลักษณะหนึ่งของ "Digital Economy"

          ..มองภาพกว้างของ "Digital Economy" ระดับชาติมันใหญ่กว่านี้เยอะ ! เขาบอกกันอีกว่า ถ้าจะให้ Digital Economy มันเกิดได้จริง และมีประสิทธิภาพ การศึกษาของไทยต้องเป็น "Digital Education"
          มิน่าเล่าอะไรๆ จะสำเร็จได้ "การศึกษา" ต้องเป็นพื้นฐานก่อนใคร ซึ่ง "การศึกษา" ที่ว่านี้ หมายถึงการจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนทุกคนให้ได้มีโอกาสใช้คอมพิวเตอร์ไร้สายทำงาน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีแรงจูงใจ มีส่วนร่วม ความสนใจ และจัดระเบียบการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้ผลการเรียนและนิสัยการทำงานดีขึ้น ตลอดจนมีทักษะการค้นหาข้อมูลและการสื่อสารที่ดีขึ้น ทั้งหมดนี่แหละคืออานิสงส์แห่ง "Digital Education" ที่แท้จริง ต้องย้ำว่า "แท้จริง" ถ้าเป็นแค่ "เปลือก Digital" คงไม่ได้ ต้องไปให้ถึง "แก่น Digital"
          ผลพวงของ "Digital Education" จะเกิดที่ตัว "เด็ก" หรือ "ผู้เรียน" เป็นสำคัญนั้นคือ "Digital Student" เป็นนักเรียนที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อช่วยยกระดับและปรับปรุงการเรียนหรือผลการเรียนของตนเอง รวมถึงการชี้วัดความเป็นส่วนตัว ทั้งนี้ นักเรียนจะใช้อินเตอร์เน็ตจากบ้าน โรงเรียน ร้านเน็ตคาเฟ่ผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ซึ่งการใช้อินเตอร์เน็ตกลายเป็น "ไลฟ์สไตล์" ส่วนตัวของนักเรียนไปเลย คงไม่ใช่แค่เล่นเกมส์หรือสื่อสารแบบ "สังคมก้าวหน้า" เท่านั้น
          พอนักเรียนที่เป็น "Digital Student" เติบใหญ่ไปก็จะเป็น "Digital Citizen" เป็นคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นประจำอย่างมีประสิทธิผล เพื่อเข้ามีส่วนร่วมทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ทั้งภาครัฐและเอกชนจนติดเป็นนิสัย จะแสดงความคิดเห็นหรือชี้แจงเหตุผล ก็ใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารที่สื่อมาจาก "สมอง" มากกว่าการใช้ "เท้า" เดินขบวนประท้วงเพียงอย่างเดียว
          ที่ต้องไล่เรียงกันมาแบบนี้ เพราะเราไม่สามารถหลีกหนี "Digital Age" ไปได้ และมันก็เกี่ยวพันกันไปทั้งระบบตามโครงสร้างต่อไปนี้ และเป็นโครงสร้างหยาบๆ ที่ต้องพึ่งพิงเทคโนโลยีและการสื่อสารที่สมบูรณ์แบบในระบบ "Digital"
          ที่ต้องย้ำเป็นพิเศษก็คือ คนที่รู้เรื่อง Digital เป็นอย่างดี ใช้ Digital ก็เป็น อย่าเพิ่งมั่นใจเต็ม 100 เด็ดขาดว่า "ฉันเป็น Digital Man!?" ต้องถามว่านิสัย จิตใจ เป็น Digital ด้วยหรือเปล่า? ใช้เทคโนโลยีต่างๆ แม้จะเป็น Digital ก็ต้องถามต่อว่า ใช้ได้ "คุ้มค่า" หรือไม่ต่างหาก และต้องถามต่อว่า "ประโยชน์" เกิดกับใครอีก (นอกจากตนเอง)
          สิ่งที่จะชี้แนะให้คนโดยเฉพาะ "ผู้เรียน" หรือ "นักเรียน" เป็น "Digital Student" ไปจนถึง "Digital Citizen" คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคือ "Digital Teacher" นั่นเอง ครูเป็น "พระเอก/นางเอก" อีกแล้ว (แล้วอย่าเพิ่งเลยเถิดไปโทษว่าคนคนนั้น นักเรียนคนนั้นไม่เป็น "Digital" ก็เพราะครูไม่สั่งสอน..มันยังมีอีกหลายปัจจัย.. ถ้าไม่สำคัญจริงรัฐบาลนี้คงไม่ลงทุนลงแรงเปลี่ยน "กระทรวงไอซีที" มาเป็น "กระทรวงดิจิตอล" หรอกน่า "แล้วชื่อนั้นสำคัญไฉน?" เป็นเรื่องที่ต้องใฝ่รู้ใฝ่ค้นหากันต่อไปละครับ...ท่านผู้อ่าน)
          ความหมาย บทบาท และหน้าที่ของ "Digital Teacher" ที่สรุปทิ้งท้ายไว้สั้นๆ ว่า คือครูที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เพื่อช่วยยกระดับการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งต่างประเทศใช้คำเรียกต่างๆ นานา เช่น "Modem Teacher" "Connected Teacher" แล้วแต่จะเรียก
          ...ถ้าคุณครูจะเรียก และใส่ใจ "Digital Economy" ซึ่งทุกคนเรียกขานและเชื่อว่าจะช่วยพัฒนาประเทศไทย คุณครูมาพัฒนาตนเองให้เป็น "Digital Teacher" ทั้งตัวตน จิตใจ และวิญญาณ ที่พร้อมจะถ่ายทอด ชี้แนะให้แก่ลูกศิษย์ลูกหาก่อนดีมั้ย? ครับ!

          

ที่มา-มติชน ฉบับวันที่ 15 ม.ค. 2558 (กรอบบ่าย)

Comments